มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก โครงการแด่น้องผู้หิวโหย
ได้สนับสนุนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน
เพื่อลดภาวะทุพโภชนาการของเด็ก และเสริมอาหารกลางวัน เช่น ปลูกผัก
เพาะเห็ด เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ ฯลฯ แก่โรงเรียนประถมศึกษาและขยายโอกาสในระดับมัธยมศึกษาปีที่
๑-๓ ที่มีเด็กประสบภาวะทุพโภชนาการ น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ๒๐-๓๐ %
ได้แก่ โรงเรียนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ฉะเชิงเทราและสระแก้ว จำนวน
๔๐แห่ง ดำเนินงานอย่างโครงการต่อเนื่อง ๓-๕ ปี
โรงเรียนพื้นที่ อ. สบเมย จ.แ ม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ภูเขาสูง ทุรกันดารลักษณะชุมชนเป็นชาวเขาเผ่าต่างๆ
เช่น กะเหรี่ยง อาข่า 
อีกทั้งแต่ละโรงเรียนอัตรากำลังครูไม่เพียงพอบางโรงเรียนมีครู
๑ คน ด้วยข้อจำกัดดังกล่าว การดำเนินงานเกษตรในโรงเรียนส่วนใหญ่จึงเป็นไปอย่างยากลำบาก
ต้องจัดสรรพื้นที่ลาดชันเป็นแปลงผักขั้นบันได เช่น ปลูกผักกวางตุ้ง
แตงกวา หรือขุดบ่อเลี้ยงปลาโดยปูผ้ายางเพื่อเก็บกักน้ำไว้ตลอดทั้งปี
และผลผลิตจะได้เต็มที่เฉพาะหน้าฝน ( พ.ค. - ต.ค. ) เท่านั้น ผลผลิตเกษตรที่ได้จึงเสริมอาหารกลางวันได้เพียงบางส่วน
นอกจากนี้ยังมีผลผลิตบางส่วนสมทบจากผู้ปกครองเด็ก
เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกันทุกคน
ทุกวัน โดยการมีส่วนร่วมของเด็ก ครู ชาวบ้าน เข้ามาร่วมทำเกษตร เริ่มตั้งแต่ทำแปลงผัก
สร้างรั้ว รดน้ำ ใส่ปุ๋ย โดยใช้เวลาเรียนและวันหยุด ส่วนอาหารกลางวัน
เด็กนักเรียนจัดเวรทำอาหารกลางวัน ซึ่งรายการอาหาร ส่วนใหญ่คือ เส้นหมี่ต้มปลากระป๋อง
หรือโปรตีนเกษตร และผักจากโครงการเกษตร
งานเกษตรของโรงเรียนพื้นที่อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอสนามชัย ของ จังหวัดฉะเชิงเทรา
และอำเภอวังน้ำเย็น อำเภอเขาฉกรรจ์ ของจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่ห่างไกลจากกรุงเทพ
มีระยะทาง๓๐๐-๕๐๐กิโลเมตร เท่านั้น เส้นทางโดยรถยนต์สะดวกสบาย ลักษณะชุมชนส่วนใหญ่เป็นชาวอีสานที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานเมื่อ
๒๐ ปีก่อน ชาวชุมชนส่วนใหญ่มีอาชีพหลักรับจ้างทำไร่ ข้าวโพด มันสำปะหลัง
ปัญหาเด็กที่พบ บางส่วนยังมีปัญหาไม่มีใบทะเบียนการเกิดและมีปัญหาความพิการต่างๆ
สำหรับโรงเรียนที่ทำเกษตรส่วนใหญ่พื้นที่กว้าง ลักษณะดินลูกรัง ไม่อุ้มน้ำ
ไม่สามารถปลูกพืชหน้าแล้ง การดำเนินงานเกษตรในโรงเรียนโดย ครู ชาวบ้าน
เป็นผู้สอน ถ่ายทอดทักษะความรู้งานเกษตร แก่เด็กๆ และให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติจริง
เช่น
โรงเรียนบ้านกระบกเตี้ย ในชั่วโมงเกษตร มีครูชาวบ้าน๓ ท่าน เป็นผู้ให้ความรู้และสอนเด็กทำเกษตร
ได้แก่ ปลูกแก้วมังกร เลี้ยงปลากินพืช เพาะขยายพันธุ์กิ่งผักหวาน
โดยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ส่วนผลผลิตที่ได้ นำมาจัดสรรเข้าโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน
โรงเรียนบ้านสียัดพัฒนา มีพื้นที่กว้าง ๕๐ ไร่ จากเดิม
เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวันเพียงอาทิตย์ ละ ๒ วันเท่านั้น
แต่เมื่อโรงเรียนได้ทำนาปลูกข้าวและสีเป็นข้าวสาร รวมทั้งปลูกผัก
เลี้ยงปลาดุก และนำผลผลิตที่ได้มาจัดสรรเป็นอาหารกลางวัน ทำให้ปัจจุบันเด็กนักเรียนทุกคนได้รับประทานอาหารกลางวันทุกวัน
นอกจากนั้นยังนำข้าวสารและผลผลิตที่เหลือขายหมุนเวียนมาเป็นทุนต่อไป
โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน
โดยการมีส่วนร่วมของ ครู เด็ก และชาวบ้าน เพื่อพัฒนาเด็ก ซึ่งโรงเรียนสนับสนุนพื้นที่สำหรับทำเกษตร
มีหลักสูตร การเรียนการสอนเรื่องเกษตร ส่วนชาวบ้านเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้
และให้คำปรึกษาด้านเกษตร จึงทำให้เด็กได้มีกระบวนการเรียนรู้ เสริมสร้างทักษะด้านสังคม
สติปัญญา และนอกจากนี้ผลผลิตทางเกษตรที่ได้ เช่น ผักสด ไก่ ปลาที่ได้
นำมาเป็นอาหารที่มีคุณค่า สด ปลอดภัย เสริมโภชนาการให้เด็กมีร่างกายเจริญเติบโตตามวัย
การสนับสนุนของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก ถือได้ว่ายังเป็นส่วนเล็กๆของสังคมเท่านั้น
สำหรับการพัฒนาเด็กถือได้ว่ายังต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกส่วนในสังคม
ตั้งแต่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยพบว่าองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระดาน
จ.ฉะเชิงเทรา ได้เห็นความสำคัญการพัฒนาเด็กโดย ได้สนับสนุนโครงการอาหารกลางวันจากเดิม
๓๐ % งบจากกระทรวงศึกษาธิการ เพิ่มขึ้นเป็น ๕๐ % ให้แก่โรงเรียนในเขตบริการ
เป็นต้น ซึ่งในอนาคตหวังว่าจะมีโรงเรียน องค์การบริหารส่วนตำบล ชาวชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่เกี่ยวข้อง
จะเข้ามาช่วยสนับสนุนขยายผลรูปแบบโครงการเกษตร ฯ และโครงการอาหารกลางวันเพื่อพัฒนาเด็กมากขึ้น