วาดสวนบนกระดาษ

วันชัย ฤทธิ์ลิขิต ผู้จัดการค่ายห้วยน้ำใส จังหวัดฉะเชิงเทรา

เริ่มต้นคือ...อยากให้มีที่แห่งหนึ่ง.....
สามารถบำบัดเยียวยาจิตใจที่บาดเจ็บ
จากความทุกข์ ความเครียด ความกดดัน....
ลองนึกภาพว่า เรากำลังเดินเล่นในสวน
เห็นดอกไม้บานสะพรั่งและกลิ่นหอมเย็น
ร่างกายเราสัมผัสความชื้น ในทุกย่างก้าว ก็พบน้ำค้างบนยอดหญ้า

การทำสวนเป็นกิจกรรมที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ เด็ก คนยากจน คนรวย และมีประโยชน์ หลากหลาย เช่น ด้านร่างกาย

การทำสวนจะเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่น การเคลื่อนไหวทำให้กล้ามเนื้อของมือดีขึ้น การทำงานต่างๆก็ทำให้การทรงตัวดีขึ้น ด้านจิตใจ

การทำสวนจะพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง การพึ่งตนเอง การลดความเครียด ระบายความโกธร และอารมณ์ต่างๆ ทำให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า มีสติมากขึ้น และรู้จักการแก้ปัญหาต่างๆดีขึ้น ด้านสังคม การทำสวนจะทำให้เกิดความรู้สึกถึงการต้องสัมพันธ์กับผู้อื่น การร่วมมือกับผู้อื่น การตระหนักถึงพันธะต่างๆ ที่ต้องมีต่อธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิต การทำงานเป็นกลุ่ม การได้เรียนรู้ถึงความสำเร็จและล้มเหลว

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก และมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ จึงร่วมกันทำโครงการ "สวนพลังชีวิต" สร้างสถานที่ให้เป็นบ้านไร่บ้านสวน ใช้กิจกรรมด้านเกษตรกรรมรองรับงานฟื้นฟู-พัฒนา

โครงการสวนพลังชีวิต: สวนบำบัดทุกข์

มีพื้นที่ ๑๑ ไร่ อยู่ที่ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เรากะไว้ว่า จะมีอาคารอเนกประสงค์ ๑ หลัง ประกอบด้วยห้องครัว (เผื่อไว้ทำอาหารชีวจิต) ห้องสมุด ห้องกิจกรรม (อาจจะมีการสอนโยคะ ไทเก็ก หรือร้องรำทำเพลงก็น่าสนุก) มีห้องนอนด้วยอยู่บนชั้นลอย สำหรับคน๒๐ คน ห้องน้ำ ๖-๘ ห้อง พร้อมกับสระว่ายน้ำในร่ม แบ่งเป็น สระเล่นน้ำของเด็กเล็ก สระเล่นน้ำเด็กโต สระผู้ใหญ่ ใช้ทำวารีบำบัด

รอบๆอาคารจะมีพื้นที่ ๓ ไร่ แบ่งเป็นสวนปาล์ม อยู่ด้านทิศตะวันตก เอาไว้กั้นแสงแดดยามบ่าย สวนทางทิศตะวันออก จะเป็นสวนสุขภาพ มีอุปกรณ์ออกกำลังกายรับแดดยามเช้า สวนบำบัดจะอยู่ทางทิศเหนือ ให้คนที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว ได้ทำสวนปลูกผักบ้าง เช่นใส่กระถางลอยฟ้า สวนยกกระบะสูงๆ จะได้ไม่ต้องก้มๆเงยๆ หรือนั่งบนรถเข็นก็พรวนดินใส่ปุ๋ยได้ ส่วนชายหนุ่มและหญิงสาว ที่กำลังวังชาดี ก็ไปช่วยกันทำสวนเกษตรธรรมชาติ

เราใช้ทฤษฎีชิมแป้ล(กินกันจนอิ่มหนำสำราญใจ)ดัดแปลงมาจากการทำเกษตรของคุณชิมเป้ ศูนย์เกษตรธรรมชาติหนองจอก วิธีการเราเริ่มโดยการนำพื้นที่ 1 ไร่ ขนาดประมาณ ๔๐ เมตร x ๔๐ เมตร แบ่งครึ่งแต่ละด้านประมาณ ๒๐ เมตร ลากเส้นตรงไปด้านตรงกันข้าม เราก็จะได้ ๔ แปลงย่อยจุดตัดตัดตรงกลาง เราจะสร้างบ้านสัตว์เลี้ยง ให้กับเพะ (เอาไว้ผลิตปุ๋ยอัดเม็ด)หรือเลี้ยงเป็ดเทศ เป็ดปักกิ่ง ไก่หัวชั่ง หรือไก่เบตง จะมีไก่งวงตัวใหญ่หรือไก่ต็อก ถ้ามีรั้วแข็งแรงเราอาจจะมีสมาชิกเป็นกวาง ม้า ไว้ให้เด็กๆหาหญ้าให้กิน

เส้นที่ลากจากซ้ายไปขวา เราก็จะขุดเป็นบ่อปลา ปลานิล ปลาตะเพียน ที่เลี้ยงไว้จะได้มีอาหารกินไง ส่วนแปลงย่อยๆ ๔ แปลงเราจะเอา แปลง ๑,๒,๓ ไว้ปลูกพืชผัก แปลงที่ ๔ ให้สัตว์เลี้ยงของเรามายึดเส้นยึดสาย คุ้ยเขี่ยหากิน พร้อมกับการเพิ่มจุลินทรีย์ให้ปุ๋ยปรับปรุงบำรุงดิน พอครบ ๔ เดือน เราก็เอาแปลงเลี้ยงสัตว์มาปลูกผักสวนครัว แล้วเวียนแปลงอื่นมาเลี้ยงสัตว์แทน ทั้งสัตว์เลี้ยง คนเลี้ยง พืชที่เราเลี้ยง เกือบลืม...ปลาที่เราเลี้ยง ก็อิ่มหนำสำราญ สมเป็นทฤษฎีเกษตรกรรมชิมเป้ เลยนะ

เรายังมีที่เหลืออีก ๓ ไร่ ด้านทิศตะวันตก ทำเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับ ให้สวยงาม และส่งกลิ่นหอมฟุ้ง อาจจะมีใส่กระถางให้ผู้มาแวะเยี่ยมเยียนนำกลับบ้านไปเป็นของที่ระลึกด้วย
ทุกๆแปลงจะมีทางเดินเชื่อมต่อกัน ปลูกต้นไม้ให้ร่มเย็นแต่ก็จะมีที่ โล่งบ้างเอาไว้ชมจันทร์

.....วันนี้ยังต้องทำสวนพลังชีวิตบนกระดาษ หวังว่าปี ๒๕๔๘ นี้คงจะมีคนใจบุญคิดเห็นเช่นเดียวกัน มาช่วยสร้างสวนพลังชีวิตบนพื้นดินให้เป็นจริง

   

กลับหน้าแรก 
กลับหน้าแรก
     มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก

  143/109-111 หมู่บ้านปิ่นเกล้าพัฒนา ซ.วัดสุวรรณคีรี ถ.บรมราชชนนี อรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย กทม.10700
  โทร.0-2433-6292 , 0-2435-5281 , 0-2884-6603 กด 0  โทรสาร . 0-2435-5281 แผนที่
  e-mail : iamchild2004@yahoo.com