การทำสวนเป็นกิจกรรมที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย
ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ เด็ก คนยากจน คนรวย และมีประโยชน์ หลากหลาย
เช่น ด้านร่างกาย
การทำสวนจะเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่น
การเคลื่อนไหวทำให้กล้ามเนื้อของมือดีขึ้น การทำงานต่างๆก็ทำให้การทรงตัวดีขึ้น
ด้านจิตใจ
การทำสวนจะพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง การพึ่งตนเอง
การลดความเครียด ระบายความโกธร และอารมณ์ต่างๆ ทำให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า
มีสติมากขึ้น และรู้จักการแก้ปัญหาต่างๆดีขึ้น ด้านสังคม การทำสวนจะทำให้เกิดความรู้สึกถึงการต้องสัมพันธ์กับผู้อื่น
การร่วมมือกับผู้อื่น การตระหนักถึงพันธะต่างๆ ที่ต้องมีต่อธรรมชาติ
และสิ่งมีชีวิต การทำงานเป็นกลุ่ม การได้เรียนรู้ถึงความสำเร็จและล้มเหลว
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก และมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
จึงร่วมกันทำโครงการ "สวนพลังชีวิต" สร้างสถานที่ให้เป็นบ้านไร่บ้านสวน
ใช้กิจกรรมด้านเกษตรกรรมรองรับงานฟื้นฟู-พัฒนา
โครงการสวนพลังชีวิต: สวนบำบัดทุกข์
มีพื้นที่ ๑๑ ไร่ อยู่ที่ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต
จังหวัดฉะเชิงเทรา เรากะไว้ว่า จะมีอาคารอเนกประสงค์ ๑ หลัง ประกอบด้วยห้องครัว
(เผื่อไว้ทำอาหารชีวจิต) ห้องสมุด ห้องกิจกรรม (อาจจะมีการสอนโยคะ
ไทเก็ก หรือร้องรำทำเพลงก็น่าสนุก) มีห้องนอนด้วยอยู่บนชั้นลอย สำหรับคน๒๐
คน ห้องน้ำ ๖-๘ ห้อง พร้อมกับสระว่ายน้ำในร่ม แบ่งเป็น สระเล่นน้ำของเด็กเล็ก
สระเล่นน้ำเด็กโต สระผู้ใหญ่ ใช้ทำวารีบำบัด
รอบๆอาคารจะมีพื้นที่ ๓ ไร่ แบ่งเป็นสวนปาล์ม อยู่ด้านทิศตะวันตก
เอาไว้กั้นแสงแดดยามบ่าย สวนทางทิศตะวันออก จะเป็นสวนสุขภาพ มีอุปกรณ์ออกกำลังกายรับแดดยามเช้า
สวนบำบัดจะอยู่ทางทิศเหนือ ให้คนที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว ได้ทำสวนปลูกผักบ้าง
เช่นใส่กระถางลอยฟ้า สวนยกกระบะสูงๆ จะได้ไม่ต้องก้มๆเงยๆ หรือนั่งบนรถเข็นก็พรวนดินใส่ปุ๋ยได้
ส่วนชายหนุ่มและหญิงสาว ที่กำลังวังชาดี ก็ไปช่วยกันทำสวนเกษตรธรรมชาติ
เราใช้ทฤษฎีชิมแป้ล(กินกันจนอิ่มหนำสำราญใจ)ดัดแปลงมาจากการทำเกษตรของคุณชิมเป้
ศูนย์เกษตรธรรมชาติหนองจอก วิธีการเราเริ่มโดยการนำพื้นที่
1 ไร่ ขนาดประมาณ ๔๐ เมตร x ๔๐ เมตร แบ่งครึ่งแต่ละด้านประมาณ ๒๐
เมตร ลากเส้นตรงไปด้านตรงกันข้าม เราก็จะได้ ๔ แปลงย่อยจุดตัดตัดตรงกลาง
เราจะสร้างบ้านสัตว์เลี้ยง ให้กับเพะ (เอาไว้ผลิตปุ๋ยอัดเม็ด)หรือเลี้ยงเป็ดเทศ
เป็ดปักกิ่ง ไก่หัวชั่ง หรือไก่เบตง จะมีไก่งวงตัวใหญ่หรือไก่ต็อก
ถ้ามีรั้วแข็งแรงเราอาจจะมีสมาชิกเป็นกวาง ม้า ไว้ให้เด็กๆหาหญ้าให้กิน
เส้นที่ลากจากซ้ายไปขวา เราก็จะขุดเป็นบ่อปลา
ปลานิล ปลาตะเพียน ที่เลี้ยงไว้จะได้มีอาหารกินไง ส่วนแปลงย่อยๆ
๔ แปลงเราจะเอา แปลง ๑,๒,๓ ไว้ปลูกพืชผัก แปลงที่ ๔ ให้สัตว์เลี้ยงของเรามายึดเส้นยึดสาย
คุ้ยเขี่ยหากิน พร้อมกับการเพิ่มจุลินทรีย์ให้ปุ๋ยปรับปรุงบำรุงดิน
พอครบ ๔ เดือน เราก็เอาแปลงเลี้ยงสัตว์มาปลูกผักสวนครัว แล้วเวียนแปลงอื่นมาเลี้ยงสัตว์แทน
ทั้งสัตว์เลี้ยง คนเลี้ยง พืชที่เราเลี้ยง เกือบลืม...ปลาที่เราเลี้ยง
ก็อิ่มหนำสำราญ สมเป็นทฤษฎีเกษตรกรรมชิมเป้ เลยนะ
เรายังมีที่เหลืออีก ๓ ไร่ ด้านทิศตะวันตก ทำเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับ
ให้สวยงาม และส่งกลิ่นหอมฟุ้ง อาจจะมีใส่กระถางให้ผู้มาแวะเยี่ยมเยียนนำกลับบ้านไปเป็นของที่ระลึกด้วย
ทุกๆแปลงจะมีทางเดินเชื่อมต่อกัน ปลูกต้นไม้ให้ร่มเย็นแต่ก็จะมีที่
โล่งบ้างเอาไว้ชมจันทร์
.....วันนี้ยังต้องทำสวนพลังชีวิตบนกระดาษ หวังว่าปี
๒๕๔๘ นี้คงจะมีคนใจบุญคิดเห็นเช่นเดียวกัน มาช่วยสร้างสวนพลังชีวิตบนพื้นดินให้เป็นจริง