เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2548 ที่ผ่านมา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
จัดสัมมนา "เครือข่ายผู้ปกครองเฝ้าระวังภัยออนไลน์ (ครอบครัวอบอุ่นด้วยเกม)"
ขึ้น ณ ห้องฟอร์จูน ชั้น 3 โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน กรุงเทพฯ
งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้เรื่องอินเทอร์เน็ตและเกมส์ออนไลน์
ในเรื่องภัยแฝงจากการใช้อินเทอร์เน็ตและการเล่นเกมที่ไม่เหมาะสม
แก่ ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง และเยาวชน ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า
120 คน ภายใต้รูปแบบของงานเสวนา โดยทีมวิทยากรจากกระทรวงยุติธรรม
กระทรวงไอซีที และบริษัทเกมส์แนวหน้าในเมืองไทย 3 บริษัท คือ บริษัทเอเชียซอฟท์
จำกัด ,บริษัทเอ็นซี ทรู จำกัด และบริษัทอินิทรี ดิจิตอล จำกัด
มาร่วมกันพูดคุยเพื่อให้ผู้ปกครองรู้จักเกมเหล่านี้มากขึ้น รวมถึงมาตรการที่ทุกฝ่ายพยายามนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องเด็กติดเกมส์เป็นหลัก
มีการเปิดตัว "เครือข่ายผู้ปกครองเฝ้าระวังภัยออนไลน์"
อย่างเป็นทางการ โดยนางมณีรัตน์ ผลิพัฒน์ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ดำเนินรายการโดยคุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์
หากหาสาเหตุการติดเกม คุณฤทธิ์รงค์ แก้ววิเชียร
Senior Project Manager บริษัทเอเชียซอฟต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
เจ้าของเกมยอดฮิตที่โด่งดังอย่างเกมแรคนาร็อค กล่าวว่า สาเหตุที่เด็กติดเกมนั้นเป็นเพราะ
ในเกมทำให้คุณจะเป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น เป็นได้อย่างหลากหลายและไม่จำกัด
ซึ่งมีอิสระ มีความสนุกเพลิดเพลิน ตอบสนองจินตนาการได้อย่างไม่จำกัด
ซึ่งปัญหาจะเกิดขึ้น เพราะเด็กใช้เวลาในการเล่นเกมมากจนเกินไป
โดยเด็กยังไม่สามารถแบ่งเวลาในการเล่นให้ถูกต้อง
หลังจากที่ปัญหาเด็กติดเกมอย่างหนักในปี 2546 มาตรการที่กระทรวงไอซีทีนำมาใช้
คือการขอความร่วมมือกับบริษัทเกม ซึ่งมีอยู่ไม่กี่บริษัทในเมืองไทย
ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่สามารถเล่นเกมได้ โดยการปิด Sever
ตั้งแต่ 4 ทุ่ม ปรากฏว่าจำนวนผู้เล่นหายไปกว่าครึ่ง แต่ก็พบว่าเด็กก็หันไปเล่นอย่างอื่นแทน
จนในปัจจุบันได้มีมาตรการในการจัดระเบียบร้านเกม
โดยการลงทะเบียน ID บัตรประชาชนผู้เล่น โดยมีข้อจำกัดว่าผู้เล่นต้องอายุ
18 ปีขึ้นไป ส่วนอายุต่ำกว่านี้ก็เล่นได้แต่ต้องมีการควบคุมเวลาในการเล่น
และได้มีการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้มีการแจ้งเตือนเมื่อเล่นเกมเกิน
3 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงไอซีที
กระทรวงมหาดไทย และบริษัทเกม รวมไปถึงความร่วมมือจากผู้ปกครองและทางโรงเรียนด้วย
โดยคุณภัทธีรา ภูริทิพท์ Managing Director บริษัท
อินิทรี ดิจิตอล จำกัด เจ้าของเกมปังญ่า เกมกอล์ฟยอดนิยม กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาว่า
"ทางบริษัทจะมีการจัดตั้งสมาคมผู้ปกครองปังญ่า ซึ่งมีการแจก
Parent ID ให้กับผู้ปกครองซึ่งต้องส่งหลักฐานยืนยันว่าเป็นผู้ปกครองของเด็กที่สมัคร
ID เล่นเกม วิธีนี้หากเด็กไม่เชื่อฟังคำเตือน หรือเล่นเกมมากเกินไปผู้ปกครองก็สามารถใช้สิทธิ์
Parent ID ที่ได้มาที่บริษัทเพื่อระงับการเล่นของเด็กได้"
ทางด้าน ดร.สุชาติ ตันธนะเดชา ที่ปรึกษากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เสริมว่า "ปัญหาเรื่องเด็กติดเกมส์เป็นปัญหาเป็นปัญหาสังคมที่ซับซ้อนและอ่อนไหว
ต้องอาศัยการร่วมมือของหลายฝ่าย ซึ่งทางหนึ่งคือการเน้นเรื่องจริยธรรมของผู้ประกอบการ
เมื่อเห็นภัยและปัญหาจากเกมที่ผลิตขึ้น ก็ต้องช่วยกัน หาทางแก้ไข
และอีกเรื่องคือเนื้อเกมต้องเลือกเนื้อหาที่สร้างสรรค์ ละเว้นความรุนแรง
ซึ่งน่าจะหันมาสร้างและผลิตเกมที่เป็นเนื้อหาแบบ Edutainment คือได้ความรู้
พร้อมกับฝึกทักษะไปด้วย"
แต่สิ่งเราที่พบในตอนนี้ ทางบริษัทผลิตเกมส่วนใหญ่ล้วนนำเข้าเกมมาจากต่างประเทศ
ดังนั้นเนื้อหาส่วนใหญ่จึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากการปรับเปลี่ยน
บรรยากาศภายนอกเช่น พื้นหลัง หรือเสื้อผ้า เพื่อให้เข้ากับคนไทยมากขึ้นเท่านั้น
ด้านคุณเลิศรัฐ ติยะรัตนาชัย ผู้จัดการบริษัท
DigiDream สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SiPA)
เสนอยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหานี้เพิ่มเติมดังนี้
1. ควรมีการรณรงค์ส่งเสริมสื่อที่ดี และค่อยๆคัดสื่อไม่ดีออก
2. ครอบครัวต้องเขามาช่วยเหลือ โดยต้องขอแนวทางแก้ไขจากผู้ปกครอง
ซึ่งเป็นคนสำคัญเมื่อต้องนำ
หลักการไปปฏิบัติ
3. ควรมีการส่งเสริมให้มีการสร่างสรรค์สื่อประเภทอื่นๆ ในรูปแบบของ
e-learning ให้มากขึ้นใน
อนาคต
ฝ่ายพ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม
ให้มุมมองว่า อินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องใหม่ทั้งกับตำรวจ และผู้ปกครอง
จึงต้องมีความรู้เท่าทัน เพื่อให้สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้
ซึ่งตนมองว่า เกมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากแต่ใช้ให้เป็นก็จะเกิดประโยชน์
เช่นการนำเกมมาใช้ในการศึกษา ให้เด็กเรียนอย่างสนุก จะได้ไม่เกิดปัญหาเบื่อการเรียนแล้วหนีไปเล่นเกม
แต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องส่งเสริมคือ การขาดคนสร้างเกม และขาดเนื้อหาเกมที่สร้างสรรค์
ซึ่งควรได้รับการส่งเสริม และรู้จักพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสเช่น
การนำเด็กที่มีความสนใจเรื่องเกมมาอบรมซอฟต์แวร์ หรือแอนิเมชั่น
เพื่อสอนให้สร้างเกมที่สร้างสรรค์ จะทำให้เมืองไทยมีบุคลากรด้านนี้มากขึ้น
ซึ่งคงต้องส่งเสริมและบ่มเพาะกันต่อไป
นอกจากนี้ท่านยังทิ้งท้ายให้คิดไว้ว่า "ต้นตอของปัญหาเด็กติดเกมนี้
ไม่ได้อยู่ที่เกม บริษัทผลิตเกม หรือร้านเกม เพราะ ในธรรมชาติของเกม
ก็ล้วนทำขึ้นเพื่อให้คนติด ต้องการให้มีคนมาเล่นมากๆ อยู่แล้ว
แต่ปัญหาอยู่ที่เด็กในบ้านเราขาดวินัยในการเล่น ไม่รู้จักแบ่งเวลา
ขาดการควบคุมตนเอง ซึ่งต้องการการปลูกฝังจากครอบครัว และโรงเรียน
ว่าจะทำอย่างไรจึงจะทำให้เด็กไทยมีวินัยได้"
การสัมมนาในวันนี้ นอกจากจะชี้ให้เห็นว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไรแล้ว
ยังได้วิธีแก้ไข ที่ทุกคนต้องช่วยกัน สร้างสังคมที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนของเรา
ซึ่งไม่ได้ไกลไปกว่าการทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด แต่ต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง
และเป็นระบบ ให้รู้เท่าทันภัยในยุคดิจิทัล.
เอกสารประกอบการสัมมนา
ทำไมเด็กติดเกมส์
โดย พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล
ปัจจัยที่ทำให้เกมประสบความสำเร็จในตลาด
โดย อ.ดร.วิษณุ โคตรจรัล