|
น.พ. ชาตรี วิฑูรชาติ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
1. คุณค่าของการเล่นจะช่วยพัฒนาการของเด็กในด้านใดบ้าง
ตอบ
การเล่นของเด็กไม่ใช่เรื่องเล่นๆ การเล่นของเด็กเป็นเรื่องที่สำคัญมากและมีคุณค่ามหาศาล
เราจะเปรียบเทียบการเล่นของเด็กว่ามีความหมายอย่างไร เทียบได้กับการที่ผู้ใหญ่ทำงาน
ผู้ใหญ่จะพัฒนาการอบรม การนั่งเรียน การฝึกฝน การทำงาน ประสบการณ์
แต่สำหรับเด็กแล้วพัฒนาการของเด็กจะพัฒนาการผ่านการเล่นเป็นสื่อกลาง
จะถามว่าพัฒนาการด้านไหนบ้าง แทบจะเรียกได้ว่าทุกๆ ด้านทางการเล่น
คือ การพัฒนาของกล้ามเนี้มัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็ก
หมายถึงการใช้มือ การหยิบจับ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการที่เด็กจะมีพัฒนาการ
การเขียน การทำงานในชีวิตประจำวัน การช่วยเหลือตัวเอง กล้ามเนื้อมัดใหญ่
ก็คือ กล้ามเนื้อแขนขา การทรงตัว จากการเล่น เด็กลงสนามวิ่งเล่น
ทำให้เด็กเป็นคนที่เล่นกีฬาได้ดีขึ้น เป็นคนคล่องแคล่ว แข็งแรง
ทะมัดทะแมง รวมทั้งเรื่องของสังคม เพราะการที่เด็กเล่นเป็นกลุ่ม
เด็กก็จะได้เรียนรู้การที่จะปรับตัวอยู่กับคนอื่น ทำอะไรร่วมกันมีกิจกรรมร่วมกัน
รู้แพ้รู้ชนะ การทำอย่างไรให้เป็นที่ยอมรับของคนอื่น นอกจากนั้นแม่แต่ด้านภาษา
การเล่นหลายๆ อย่าง เด็กจะต้องมีการพูดจา มีการสื่อสาร มีการตอบโต้
โดยเฉพาะการเล่นบางอย่างก็จะต้องใช้การพูดในการเล่น สมมติ เช่น
การเล่นเป็นหมอ พยาบาล พ่อแม่ลูก เล่นขายของ เป็นการเล่นทางด้านภาษาอย่างดี
นอกจากนั้นยังมีเรื่องของจริยธรรมอีกด้วย คือ เรื่องของกฏเกณฑ์การอยู่ในข้อตกลงของสังคม
การเล่นของเด็กโตจะมีกติกาเกิดขึ้น นั้นก็คือ พื้นฐานที่เด็กจะได้พัฒนาในด้านของการที่จะเติบโตขึ้นมาอยู่ในกฎ
ระเบียบของครอบครัว โรงเรียนและสังคมได้
2. ลักษณะรูปแบบของการเล่นแบ่งได้อย่างไร
ตอบ
การเล่นจะมีหลากกลายแตกต่างกันไปหลายอย่าง เช่น
ตามวัย ตามลักษณะอุปกรณ์ ตามลักษณะการเล่น เช่น การเล่นแบบลักษณะของการจินตนาการ
ซึ่งเป็นการเล่นที่มีประโยชน์ เด็กจะต้องใช้การนึกคิด การแต่งเรื่อง
สร้างภาพสมมติเข้ามาร่วม การเล่นแบบนี้มีประโยชน์ เช่น การเล่นตุ๊กตา
การเล่นวาดภาพ ปั้นดินน้ำมัน ต่างๆ เหล่านี้ เด็กๆ ก็จะต้องมีการแต่ง
สร้างเป็นเรื่องเป็นราวเกิดขึ้น โดยใช้จินตนาการของตัวเองทำให้เกิดความคิดสร้างสรร
แม้แต่การเล่านิทานสมมติ การสมมติให้ตัวเองเป็นตัวในนิทานที่เด็กแต่งขึ้น
หรือเลียนแบบภาพยนตร์ ก็เป็นการเล่นสมมติแบบหนึ่ง นอกจากยังมีการเล่นอีกหลายอย่าง
เช่น เกมส์ การเล่นเกมส์ก็จะต้องเล่นเป็นกลุ่ม มีกติกา ข้อตกลง
หรือการเล่นที่ต้องลงสนาม เช่น ฟุตบอล ขี่จักรยาน เล่นไล่จับ ปีนอุปกรณ์
ปีนป่าย ชิงช้า ไม้ลื่น ฯลฯ ซึ่งเป็นการเล่นที่แตกต่างกันไป และให้ประโยชน์ที่แตกต่างกันไปด้วย
ปัจจุบันมีการเล่นหลายอย่างที่ให้ประโยชน์น้อย เช่น การเล่นที่เด็กไม่ต้องคิด
ไม่ต้องลงมือกระทำ เป็นการเล่นแบบมองเฉยๆ ซึ่งปัจจุบันมีเยอะ เช่น
ใช้ถ่าน ใช้ไฟฟ้า เด็กเพียงกดปุ่ม เครื่องเล่นจะหมุนหรือเคลื่อนไหว
เด็กเพียงแต่นั่งมองของเล่นลักษณะนี้ เด็กจะไม่ค่อยได้ประโยชน์อะไร
แถมยังมีราคมแพงและเบื่อง่ายอีกด้วย
3. ในแต่ละวัย จะมีความแตกต่างในเรื่องของการเล่นอย่างไร
ตอบ
การเล่นในแต่ละวัย จะแตกต่างกัน เพราะแต่ละวัยมีความพร้อมทางร่างกาย
รวมทั้งความคิดสติปัญญาต่างกัน ซึ่งมีความสำคัญมากถ้าพ่อแม่เข้าใจว่าในแต่ละวัยเหมาะที่จะเล่นอะไร
พ่อแม่จะได้ช่วยสนับสนุนได้อย่างถูกต้อง จริงๆ แล้วเด็กนั้นเล่นตั้งแต่แรกเกิด
อย่าคิดว่าเด็กเล็กๆ จะเล่นอะไรไม่เป็น เราจะเห็นว่า ปัจจุบันนี้จะมีของเล่น
เด็กตั้งแต่วัยขวบปีแรกที่ยังเดินไม่ได้ ของเล่นก็จะเป็นลักษณะของที่มีสีสันสดใส
ของที่หยิบแล้วมีเสียงดัง หยิบได้เขย่าได้ กลิ้งได้ ของเล่นวัยนี้จะทำให้เด็กได้พัฒนาในด้านของการใช้มือ
การมองตามความเคลื่อนไหว สีสันสดใสจะทำให้มองตาม เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมัดย่อย
การเล่นของเด็กช่วยขวบปีแรกก็จะเป็นการเล่นแบบคนเดียว
การเล่นของเด็กที่โตขึ้นอีกประมาณ 2-4 ขวบ ก็จะเป็นการเล่นเข้ากลุ่ม
แต่จะเป็นต่างคนต่างเล่น เราจะเห็นว่าเมื่อเด็กเห็นคนอื่นเล่น
ก็จะสนใจและเดินเข้ามาเล่นด้วย แต่เวลาเล่นแล้วก็จะเล่นคนเดียว
จะไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กัน ของเล่นเด็กวัยนี้ก็จะเป็นของเล่นที่เริ่มใช้กล้ามเนื้อมัดย่อยและมัดใหญ่เข้ามาบ้าง
เช่น การขีดเขียน ของเล่นที่มีการตอก มีการเรียง มีการเตะ การขว้างเกิดขึ้นบ้าง
สามารถที่จะเรียงบล็อก สามารถต่อภาพจิ๊กซอได้บ้าง เล่นตุ๊กตาได้
ถ้าเป็นเด็กที่โตขึ้นอีก เช่น เด็ก 5 ขวบขึ้นไป เด็กก็จะเริ่มเล่นเป็นกลุ่ม
เข้ากลุ่มกันที่เรียกว่า ปฏิสัมพันธ์กัน วัยนี้ก็จะเป็นในเรื่องของการลงสนามมากขึ้น
เช่น ไปวิ่งเล่น ไปขี่จักรยาน สนามวิ่งเล่นต่างๆ การเล่นแบบเกมส์ก็จะเริ่มเข้ามา
คือ การเล่นแบบมีกติกา ซึ่งเด็กที่เล็กกว่านี้จะเล่นไม่ได้เนื่องจากไม่เข้าใจ
แต่วัยนี้ 5-6 ขวบก็จะเล่นได้ การเล่นแบบเกมส์ เช่น หมากฮอส เกมเศรษฐี
งูตกบันได เด็กก็จะเริ่มเข้าใจกติกาการเล่นได้บ้างแล้ว ในวัยนี้การเล่นจะช่วยพัฒนาในเรื่องของการเข้าสังคมได้มาก
ถ้าเลยวัยเรียนขึ้นไปหรือวัยรุ่น ก็จะเริ่มในรูปแบบของกีฬามากขึ้น
บางคนตั้งแต่ 8-9 ขวบขึ้นไป
4. อุปกรณ์การเล่นของเด็กมีส่วนสำคัญในเรื่องของการช่วยพัฒนาของเด็กระหว่างที่เล่นหรือไม่
ตอบ
ใช่ครับ อุปกรณ์มีความสำคัญ อุปกรณ์เครื่องเล่นควรให้เหมาะกับวัยของเด็ก
ว่าวัยไหนเด็กกำลังสนใจอะไรพร้อมด้านไหน ต้องการเล่นอะไร เช่น
การเล่นสมมติ อุปกรณ์จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เด็กอยากจะเล่น การเลือกอุปกรณ์ก็จะต้องมีข้อระมัดระวัง
คือ ในเรื่องของความปลอดภัย เช่น ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ เราก็ต้องระวังของเล่นจะต้องว่าเป็นสีที่ไม่อันตราย
เพราะเด็กชอบเอาของเล่นเข้าปาก สีบางอย่างอาจจะมีสารตะกั่ว สารปรอทผสมอยู่
เพราะฉะนั้น ในของเด็กสำหรับเด็กเล่นจะมีการเขียนไว้ว่าใช้สีที่ไม่อันตราย
นอกจากนั้น จะต้องระวังของเล่นที่เป็นวัตถุเล็กๆ สามารถถอดได้
บางทีอาจจะหลุดเข้าปากทำให้เด็กสำลัก ติดคอเป็นอันตรายได้ รวมถึงความปลอดภัยด้านอื่นๆ
เช่น ความมีคมของของเล่นอาจจะไปปาด หรือทิ่มตำได้
5. คุณพ่อ คุณแม่จะมีส่วนส่งเสริมและช่วยพัฒนาการเล่นของลูกอย่างไรบ้าง
ตอบ
พ่อแม่จะมีบทบาทหลายประการที่จะช่วยส่งเสริมในจุดนี้
ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่จะต้องเข้าใจและเห็นความสำคัญว่า การเล่นนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการพัฒนาของเด็ก
มีประโยชน์ต่อสมองและอารมณ์จิตใจของเด็กมาก เพราะปัจจุบันเราอาจจะไปเน้นเรื่องของการเรียนอย่างเดียว
เด็กไม่ได้เล่นอย่างเหมาะสม คุณพ่อคุณแม่จะมีส่วนช่วย คือ
1. การเตรียมอุปกรณ์ เช่น ของเล่น เครื่องกีฬา
ที่ต้องใช้ในการเล่น
2. คุณพ่อคุณแม่จะมีส่วนช่วยในการจัดเวลา กิจวัตรประจำวันจะต้องจัดให้เหมาะสม
มีโอกาสได้เล่นสม่ำเสมอ
3. ในการสร้างทัศนคติที่เหมาะสม พ่อแม่มีส่วนชักจูงให้เด็กเห็นประโยชน์
ความสนุกสนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเล่นกีฬา การเล่นกีฬาสำหรับเด็กโต
พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างปลูกฝัง ชี้แบบอย่างให้เด็กดูและเห็นว่า
การออกกำลังกายและเล่นกีฬาเป็นประโยชน์ ซึ่งเด็กจะได้อยากร่วมกิจกรรมมากขึ้น
ที่สำคัญมาก็คือ การที่พ่อแม่จะไปร่วมเล่นกับเด็กด้วย จะช่วยอย่างยิ่งในเด็กเล็กๆ
ตั้งแต่เด็กทารกแรกเกิดถึง 5-6 ปี วัยนี้ ถ้าหากพ่อแม่จะให้เด็กเล่นได้อย่างสร้างสรรค์และได้ประโยชน์เต็มที่
มีจินตนาการ มีการพัฒนาการได้อย่างถูกต้อง พ่อแม่ควรจะลงไปร่วมเล่นกับเด็กด้วย
ไม่เพียงแต่นำของเล่นมาให้เด็กเล่นคนเดียว บางทีเด็กจะเล่นไปเพียงชั่วเวลาหนึ่ง
หรือเล่นแบบจำกัดมาก ไม่มีการสร้างจินตนาการมากขึ้น แต่ถ้าพ่อแม่ลงไปร่วมด้วย
เด็กจะสนุกได้มีส่วนได้ชี้แนะในระหว่างการเล่นจะเป็นการที่มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน
มีความผูกพัน มีความใกล้ชิดมีการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เกิดขึ้นในระหว่างนั้น
6. ถ้าเด็กถูกบังคับในเรื่องของการห้ามเล่น จะมีผลกระทบต่อเด็กในด้านใดบ้าง
ตอบ
มีผลกระทบหลายด้าน เพราะเด็กจะต้องเล่น ไม่ใช่เพียงแค่เล่นหรือไม่เล่นก็ได้
เหมือนกับคนที่กินข้าว เด็กจะพัฒนาได้จะต้องเล่น เพราะฉะนั้นถ้าเด็กถูกบังคับและถูกจำกัดไม่ได้เล่นตามวัยแล้ว
ก็มีผลเสียหลายอย่าง ทั้งร่างกายและจิตใจ ทางด้านจิตใจเด็กจะหงุดหงิด
จะเครียด ไม่แจ่มใสร่าเริง หงอยเหงา เด็กจะเป็นเด็กเฉื่อยชา ไม่มีชีวิตชีวา
สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ในด้านของการพัฒนาการในด้านของสังคม ภาษา
และจินตนาการ รวมทั้งสติปัญญาด้วย และผลกระทบจะเป็นไปในระยะยาว
เพราะฉะนั้นถ้าหากเด็กได้เล่นอย่างเหมาะสม ตามวัย มันจะเป็นพื้นฐานที่เด็กจะสามารถเรียนรู้ได้ดีด้วย
อันที่เป็นการปูพื้นอย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว
7. ข้อแนะนำที่ควรทราบ
ตอบ
อย่างที่ได้คุยกัน จะเห็นว่าการเล่นมีความสำคัญมีประโยชน์ต่างๆ
ในขณะเดียวกัน ปัจจุบันนี้มีการเล่นที่ไม่เหมาะสม หรือไม่ได้ประโยชน์
ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็จะเป็นคนที่จะต้องช่วยกันเลือก การเล่นที่ไม่เหมาะสม
เช่น การเล่นวิดีโอเกมส์ คอมพิวเตอร์เกมส์ เกมส์กด รวมทั้งเกมส์ที่เป็นการพนัน
หรือมีเรื่องเพศแอบแฝงทั้งหลาย ก็จะส่งผลเสียหลายอย่าง เด็กไม่ได้ออกกำลัง
เด็กอาจจะมีความก้าวร้างแฝงเข้ามาด้วย ท้ายที่สุด คุณพ่อคุณแม่ควรที่จะพิจารณานอกจากดูว่า
ลูกเราวัยนี้ ควรจะรับประทานอะไร เรียนอะไร เราควรจะต้องคำนึงถึงว่า
เราจะช่วยเหลือและส่งเสริมให้เด็กเล่นอะไร ให้เด็กได้มีโอกาส มีอุปกรณ์และร่วมเล่นกับเด็กด้วย
|