|
ในการเสวนา ปัญหา เด็กไทย : วิกฤติ และความท้าทาย ซึ่งมูลนิธิ เอฟ เอ็กซ์ บี (ประเทศไทย) จัดที่โรงแรมแลนด์มาร์ค น.ส.เข็มพร วิรุณราพันธ์ ผอ.มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก กล่าวว่า เด็กไทยประสบวิกฤติหลายด้าน การทำงานจึงต้องเปลี่ยนแปลงโลก สิ่งแวดล้อม เพื่อให้เข้าและเหมาะสมกับเด็ก ไม่ใช่การปรับเด็กเข้ากับโลก ถ้าเด็กได้รับโอกาส และมีสิ่งแวดล้อมที่ดี จะทำให้สามารถพัฒนาศักยภาพตัวเองนำไปสู่การพัฒนาครอบครัว ชุมชน และสังคมในที่สุด โดยจากการสำรวจความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนอายุ 4-22 ปี จำนวน 12,000 คน จาก 80 กลุ่มทั่วประเทศเมื่อปี 2547 เด็ก ๆ คิดว่าปัญหาที่ถือเป็นวิกฤติคือ ครอบครัวไม่อบอุ่น ประสบปัญหาเศรษฐกิจทำให้ต้องทอดทิ้งลูกกับตายาย ยากจน ความรุนแรงทางครอบครัว ปัญหาหย่าร้าง ยาเสพติด และติดเชื้อเอดส์ เมื่อเด็กโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้นำสู่ปัญหาอื่นมากมาย ปัญหาที่เด็กมองว่าวิกฤติอีกคือ ระบบการศึกษาของโรงเรียน รู้สึกเบื่อและเครียดกับการเรียนที่ต้องแข่งขันแก่งแย่งเข้าโรงเรียน สิ่งแวดล้อมเป็นมลพิษ และสื่อที่เป็นพิษภัย สื่อลามก
ผอ.มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก กล่าวต่อถึงมุมมองของผู้ใหญ่ในปัญหาที่เป็นวิกฤติสำหรับเด็กคือ เด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้ง ทั้งที่ทิ้งไว้คนเดียวโดยไม่มีผู้ใหญ่และทิ้งกับผู้สูงอายุ, เด็กถูกทำร้ายทารุณ ล่วงละเมิดทางเพศ, ติดยาเสพติด เริ่มจากเหล้า บุหรี่ และยา ต่อด้วยการพนัน, เด็กเร่ร่อน ขอทาน, ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ขายบริการทางเพศ ซึ่งไทยเป็นทั้งประเทศปลายทางและทางผ่านกระบวนการค้ามนุษย์, เด็กอยู่ในภาวะบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา เด็กพิเศษ ซึ่งกลุ่มนี้ต้องการการดูแลมากเป็นพิเศษ, แรงงานเด็ก (ไม่ใช่เหยื่อการค้ามนุษย์) เด็กต้องทำงาน ทำให้ขาดโอกาสทางการศึกษา, เด็กอยู่ในกระบวนการยุติธรรม คืออยู่ระหว่างดำเนินคดี หรืออยู่ในสถานพินิจ, เด็กพลัดถิ่น เด็กไร้สัญชาติ ขาดสิทธิต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิและโอกาสทางการศึกษา, เด็กอยู่ในภาวะยากจนซึ่งถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด และเด็กประสบอุบัติเหตุ ทั้งจากความประมาทและภัยธรรมชาติ
ปัญหาเหล่านี้เกิดจากภาวะครอบครัวอ่อนแอ เด็กขาดพัฒนาการที่ดี ทุกวันนี้เด็กสมาธิสั้น และไอคิวต่ำลงเรื่อย ๆ ขาดทักษะการคิด วิเคราะห์ เด็กติดทีวี อินเทอร์เน็ต และกินขนมควบคู่ ทำให้เกิดภาวะโรคอ้วน อีกทั้งผู้ใหญ่ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็กเห็น บางครั้งทำให้เด็กสับสน แม้ว่าทุกวันนี้ภาครัฐมีนโยบาย และกฎหมายให้ความคุ้มครองเด็กอยู่มาก แต่ในทางปฏิบัติจริงกลับไม่สามารถดำเนินการได้ นั่นคือปัญหาที่ต้องหาทางแก้ไข ให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปได้สะดวก จึงเป็นหน้าที่ของภาคประชาชนต้องช่วยกันผลักดันให้เกิดการปฏิบัติจริง ครอบครัวก็ต้องเร่งฟื้นฟูให้เกิดความอบอุ่นเข้มแข็ง ต้องสร้างสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพเพื่อให้เด็ก ๆ เติบโตในสังคมมีคุณภาพ น.ส.เข็มพรกล่าว
น.ส.สุพัตรา ขัตติยะอารี กรรมการเลขานุการ มูลนิธิ เอฟ เอ็กซ์ บีฯ กล่าวว่า มีข้อมูลอ้างอิงว่าเยาวชนในสถานศึกษามีแนวโน้มพยายามฆ่าตัวตายสูงขึ้น โดยเยาวชนอายุต่ำกว่า 25 ปี พยายามฆ่าตัวตายจาก 29.73 คนเป็น 33.98 คนต่อประชากร 1 แสนคน คือเยาวชนคิดฆ่าตัวตายเกือบ 20 คนต่อวัน และสำเร็จประมาณวันละ 2 คน ขณะเดียวกันเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกล่วงละเมิดทางเพศเพิ่มขึ้นจาก 6.42 เป็น 31.32 คนต่อประชากร 1 แสนคน เฉลี่ย 5,300 คนต่อปี หรือวันละ 15 คน นอกจากนี้จากผลวิจัยติดตามสภาวการณ์เด็กรายจังหวัดของโครงการ Child Watch พบว่าจังหวัดที่มีอัตราเด็กไม่ได้อยู่กับพ่อแม่สูง จะมีอัตราคดีล่วงละเมิดทางเพศและยาเสพติดเพิ่มสูงด้วย และเด็กกลุ่มนี้มีพฤติกรรมเสี่ยงมากกว่าเด็กปกติ สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะครอบครัวอ่อนแอขาดความอบอุ่น
กรรมการเลขานุการ มูลนิธิ เอฟ เอ็กซ์ บี (ประเทศไทย) กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีเด็กกำพร้าเอดส์ในประเทศไทยประมาณ 380,000 คน ส่วนใหญ่ประสบปัญหาการขาดโอกาสที่ดีในสังคม โดยเฉพาะเด็กในชนบทห่างไกล จะเข้าถึงบริการของรัฐยาก อีกทั้งยังขาดการยอมรับของชุมชน ถูกรังเกียจตีตราบาป ถูกโดดเดี่ยว ไม่ได้รับบริการของภาครัฐ ขาดคนดูแลเนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ หรือหากมีญาติก็จะเป็นปู่ย่าตายายซึ่งชรา เด็กจึงขาดการดูแล ขาดสารอาหารไม่ได้รับการพัฒนาเต็มที่ ในส่วนผู้ใหญ่หรือชุมชนก็ประสบปัญหาความไม่เข้าใจโรคเอดส์ จึงรังเกียจเด็ก
แนวทางแก้ไขคือต้องเข้าไปทำความเข้าใจกับชุมชนมากขึ้น บางชุมชนที่มูลนิธิเข้าไปก็จะให้การยอมรับเข้าใจและดูแลเด็กกำพร้าเอดส์มากขึ้น ลดการรังเกียจลง หากเด็กได้รับการดูแลมากเท่าไร ก็จะลดความเสี่ยงที่เด็กจะเข้าสู่วงจรอุบาทว์มากขึ้นเท่านั้น ภาครัฐเองต้องให้ความสำคัญและเข้ามาช่วยเหลือทั้งด้านนโยบายและงบประมาณ เพราะหนทางที่จะลดปัญหาทั้งหมดคือการป้องกันและหยุดการติดเชื้อ นั่นคือหยุดก่อนที่ปัญหาจะเกิด.
มูลนิธิ เอฟ เอ็กซ์ บี (ประเทศไทย) จัด โครงการ ปันน้ำใจเพื่อนสู่เพื่อน ครั้งที่ 2 เพื่อรณรงค์และสร้างความเข้าใจรวมถึงสร้าง ความตระหนักต่อปัญหาเด็กกำพร้าเอดส์ในสังคมไทย ช่วยเหลือให้มีโอกาสทางสังคมและได้รับการยอมรับในชุมชนมากขึ้น ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ที่ รร.สิงหวิทยาคม จ.บุรีรัมย์ โดยเยาวชนกว่า 1,000 คน จาก 10 โรงเรียนใน จ.บุรีรัมย์ เข้าร่วมชมนิทรรศการความรู้ การโต้วาที อ่านเรียงความ การแสดงต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์และปัญหาของเด็กกำพร้าเอดส์ในสังคมไทย. |